คู่มือคำสั่ง Hermes Agent: Slash Command Cheat Sheet ภาษาไทย
รวมคำสั่ง Hermes Agent จาก cheat sheet พร้อมคำแปลและคำอธิบายภาษาไทย แยกตามหมวด Session, Config, Tools/Skills และ Info/Exit เพื่อให้คนใช้ terminal หรือ chat คุม agent ได้เป็นระบบขึ้น

ระดับ
เริ่มต้นถึงกลาง
เวลาอ่าน
16 นาที
Format
Action guide
Editorial note
MIMO รวบรวมคู่มือ AI และเครื่องมือดิจิทัลสำหรับผู้ใช้ภาษาไทย เนื้อหาอ้างอิงจากข้อมูลที่เผยแพร่โดย vendor ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และการวิเคราะห์เชิง workflow ก่อนสมัครหรือซื้อบริการใด ๆ ควรตรวจราคา เงื่อนไข และรายละเอียดล่าสุดจากผู้ให้บริการโดยตรง
Tags
เหมาะกับใคร?
คนที่เริ่มใช้ Hermes Agent แล้วเห็นคำสั่ง slash command เยอะจนไม่รู้ว่าควรจำตัวไหนก่อน
developer, founder หรือคนทำงานคนเดียวที่ใช้ AI agent ช่วยเขียนโค้ด ตรวจงาน รัน task และจัดการ session
ทีมเล็กที่อยากวาง workflow ให้ AI agent มีการอนุมัติคำสั่ง แยก session ดู usage และจัดการ tools/skills อย่างปลอดภัย
ก่อนเริ่มควรรู้
คำสั่งที่มีป้าย CLI มักใช้ใน terminal เป็นหลัก ส่วนคำสั่งที่มีป้าย CHAT ใช้ในช่องแชตหรือ messaging gateway
คำสั่งที่มีป้าย CFG อาจต้องเปิด config หรือขึ้นกับ environment ที่ติดตั้งไว้ เครื่องของคุณอาจมีไม่ครบทุกคำสั่ง
คำสั่งบางตัวมี alias เช่น /compose, /compact, /snap หรือ /exit ใช้แทนชื่อหลักได้ แต่ในคู่มือนี้จะยึดชื่อหลักเป็นตัวอ้างอิง
คำสั่งที่เกี่ยวกับ approval, yolo, plugins, browser, reload และ debug ควรใช้ด้วยความระวัง เพราะอาจกระทบงานจริงหรือข้อมูลในเครื่อง
สรุปเร็ว
Point 1
เริ่มจากจำกลุ่มพื้นฐาน: /start, /new, /status, /prompt, /approve, /deny, /stop, /history, /save และ /quit
Point 2
ใช้กลุ่ม Session / Flow เพื่อคุมงานที่กำลังรัน เช่น เริ่มใหม่ หยุดงาน ย้อนกลับ แตก branch สรุป context และกู้ session
Point 3
ใช้กลุ่ม Config เพื่อปรับ model, provider, personality, theme, status bar, timestamps, reasoning และ fast mode
Point 4
ใช้กลุ่ม Tools / Skills เพื่อเปิดปิดเครื่องมือ จัดการ skills, memory, scheduled tasks, browser, MCP และ plugins
Point 5
ใช้กลุ่ม Info / Exit เพื่อดูสิทธิ์ profile help usage billing version debug และออกจาก CLI
Point 6
ก่อนให้ agent แตะงานสำคัญ ให้เปิด human approval และใช้ /approve หรือ /deny เป็นจุดตรวจคำสั่งทุกครั้ง
Point 7
ถ้าบริบทเริ่มยาวหรือ agent เริ่มหลงทาง ให้ใช้ /compress, /snapshot, /rollback หรือ /new เพื่อจัด session ใหม่
อ่านป้ายกำกับใน cheat sheet ยังไง
Hermes Agent ใช้ slash command เพื่อควบคุม session, model, tools, skills, memory, automation และ gateway ต่าง ๆ คำสั่งบางตัวใช้ได้ทั้งใน terminal และ chat แต่บางตัวถูกจำกัดไว้ตาม surface ที่รันอยู่
ก่อนใช้คำสั่ง ให้ดูป้ายกำกับข้างคำสั่งก่อน เพราะจะช่วยรู้ว่าต้องพิมพ์ตรงไหน และต้องมี config อะไรเปิดไว้หรือไม่
CLI: ใช้ใน terminal เป็นหลัก เช่นคำสั่งจัด UI, snapshot, reload, browser หรือ billing terminal
CHAT: ใช้ใน messaging/chat gateway เช่น approve, deny, sethome หรือ restart gateway
CFG: คำสั่งที่ขึ้นกับ config หรือเงื่อนไข environment เช่น skills, verbose, reload บางแบบ
ไม่มีป้าย: โดยทั่วไปใช้ได้ทั้ง CLI และ chat แต่ผลลัพธ์จริงยังขึ้นกับเวอร์ชันและการตั้งค่าของ Hermes
Session / Flow: คำสั่งควบคุมงานและ session
กลุ่มนี้คือคำสั่งที่ใช้บ่อยที่สุด เพราะเกี่ยวกับการเริ่มงานใหม่ หยุดงาน ดูประวัติ บันทึก session และจัดการบริบทของ agent ถ้าใช้ Hermes ทำงานจริงทุกวัน ควรจำกลุ่มนี้ก่อน
/start: เริ่มระบบหรือเช็กว่า Hermes platform พร้อมทำงาน ใช้ตอนเปิด session ใหม่หรืออยาก ping ระบบ
/new: เริ่ม session ใหม่ คล้าย reset งานเดิม เหมาะเมื่อบริบทเก่าเริ่มปนกับงานใหม่
/topic: ตั้งหัวข้อ Telegram DM หรือหัวข้อสนทนาใน chat surface ที่รองรับ
/clear: ล้างหน้าจอและเริ่มบริบทใหม่ เหมาะกับ terminal ที่ข้อมูลเยอะจนอ่านยาก
/redraw: บังคับให้ UI วาดใหม่ ใช้เมื่อหน้าจอ terminal เพี้ยน ตัวอักษรซ้อน หรือ layout ไม่อัปเดต
/history: แสดง transcript หรือประวัติการสนทนา ช่วยย้อนดูว่าก่อนหน้านี้สั่งอะไรไว้
/save: บันทึกบทสนทนา เหมาะกับ session สำคัญที่ต้องเก็บไว้ดูต่อหรือส่งต่อ
/retry: ส่งข้อความล่าสุดซ้ำ ใช้เมื่อรอบก่อน error, timeout หรืออยากให้ agent ลองตอบใหม่จาก prompt เดิม
/prompt: เปิด editor เพื่อ compose prompt ยาว ๆ ใช้แทน /compose ได้ เหมาะกับงานที่ต้องเขียน brief ละเอียด
/undo: ย้อนกลับหรือลบ turn ล่าสุด ใช้เมื่อสั่งผิดหรืออยากถอยก่อนให้ agent เดินต่อ
/title: ตั้งชื่อ session ให้จำง่าย เช่น mimo-hermes-guide หรือ loopmi-pricing-fix
/handoff: ส่ง session ไปยัง chat app ใช้เมื่ออยากย้ายงานจาก terminal ไปคุยต่อใน messaging surface
/branch: แตก session ใหม่จากงานเดิม ใช้แทน /fork ได้ เหมาะกับการลองอีกแนวโดยไม่ทำลายบริบทหลัก
/compress: สรุป context ให้สั้นลง ใช้แทน /compact ได้ เหมาะเมื่อบทสนทนายาวและอยากลดภาระ context
/rollback: ดูหรือกู้ checkpoint เก่า ใช้เมื่อ agent เดินผิดทางและอยากกลับไปจุดก่อนหน้า
/snapshot: เก็บ snapshot สถานะปัจจุบัน ใช้แทน /snap ได้ เหมาะก่อนเริ่มแก้ไฟล์หรือทดลองขั้นตอนเสี่ยง
/stop: หยุดหรือ interrupt งานที่กำลังรัน ใช้เมื่อ agent กำลังทำงานผิดทางหรือคำสั่งกินเวลานานเกินไป
/approve: อนุมัติคำสั่งที่รอ permission ใช้ใน workflow ที่มี human approval ก่อนรัน command สำคัญ
/deny: ปฏิเสธคำสั่งที่รออนุญาต ใช้เมื่อคำสั่งเสี่ยง ไม่ตรงโจทย์ หรือยังไม่ควรรัน
/background: แยกงานไปรันเบื้องหลัง ใช้แทน /bg หรือ /btw ได้ เหมาะกับ task ยาวที่ไม่ต้องจ้องหน้าจอตลอด
/agents: ดู active agents หรือ tasks ที่กำลังทำงาน ช่วยเช็กว่าตอนนี้มีงานไหนค้างอยู่
/journey: ดู learning timeline ใช้แทน /learning ได้ เหมาะกับการดูพัฒนาการหรือประวัติการเรียนรู้ของ agent
/queue: ใส่ prompt ถัดไปเข้าคิว ใช้แทน /q ได้ เหมาะกับงานต่อเนื่องที่อยากเตรียมคำสั่งล่วงหน้า
/steer: สะกิดหรือปรับทิศทางงานระหว่างรัน เช่นบอกให้โฟกัสไฟล์หนึ่ง หรือหยุดแตกประเด็นเกินไป
/goal: ตั้ง goal ระยะยาวให้ agent ทำงานวนตามเป้าหมาย เหมาะกับโปรเจกต์ที่มี outcome ชัด
/moa: เรียกใช้ Mixture of Agents แบบ one-shot ให้หลาย agent ช่วยคิดหรือประเมินงานหนึ่งรอบ
/subgoal: เพิ่มเงื่อนไขย่อยให้ goal เช่นต้องมี test, ต้องไม่แก้ไฟล์ config, หรือต้องสรุปผลท้ายงาน
/status: ดูสถานะ session, model และ context ใช้เช็กว่าตอนนี้ agent ใช้ model อะไรและบริบทอยู่ระดับไหน
/sethome: ตั้ง delivery home ใช้แทน /set-home ได้ มักใช้กับ chat gateway หรือพื้นที่ส่งผลลัพธ์หลัก
/resume: กู้คืน session ที่ตั้งชื่อไว้ ใช้กลับมาทำงานต่อจาก session เก่า
/sessions: เปิดรายการ session หรือสลับ session ผ่าน TUI ใช้เมื่อต้องจัดการหลายงานพร้อมกัน
Config: คำสั่งตั้งค่าพฤติกรรมของ Hermes
กลุ่ม Config ใช้ปรับวิธีทำงานและหน้าตาของ Hermes ตั้งแต่ model/provider ไปจนถึงบุคลิก agent, status bar, timestamps, reasoning และโหมดเร็ว ใช้เมื่ออยากให้ agent ทำงานเข้ากับเครื่องหรือสไตล์งานของคุณมากขึ้น
/config: แสดง config ปัจจุบัน ใช้เช็กภาพรวมว่าระบบตั้งค่าอะไรไว้บ้าง
/model: เปลี่ยน model หรือ provider เช่นสลับไปโมเดลที่เร็วกว่า ถูกกว่า หรือเก่งกว่าในงานเฉพาะทาง
/codex-runtime: ตั้งค่า Codex app-server ใช้แทน /codex_runtime ได้ เหมาะกับ environment ที่มี runtime เฉพาะ
/personality: ตั้งบุคลิกของ agent เช่นจริงจัง สั้น กระชับ หรือเน้นอธิบายละเอียด
/statusbar: เปิดหรือปิด status bar ใช้แทน /sb ได้ ช่วยให้เห็นสถานะระบบใน terminal
/timestamps: เปิดหรือปิดเวลาในข้อความ ใช้แทน /ts ได้ เหมาะกับการ audit ว่างานแต่ละช่วงเกิดเมื่อไร
/verbose: เปิดโหมดแสดง progress ของ tools แบบละเอียด เหมาะกับ debugging หรือดูว่า agent ทำอะไรอยู่
/footer: เปิดหรือปิด metadata footer ใช้จัดความสะอาดของ output หรือดูข้อมูลกำกับเพิ่มเติม
/yolo: ข้าม approval ใช้ด้วยความระวังมาก เหมาะเฉพาะ sandbox หรือ task ที่ไม่มีผลกระทบกับข้อมูลจริง
/reasoning: ตั้งค่าระดับ effort หรือการแสดงผลของ reasoning/control ตามความสามารถที่ environment รองรับ
/fast: เปิด priority หรือ fast mode เหมาะกับงานที่ต้องการคำตอบเร็วและยอมรับความละเอียดน้อยลงได้
/skin: เปลี่ยนธีมหน้าตา display theme ของ Hermes
/indicator: ตั้งรูปแบบ busy indicator หรือตัวบอกว่า agent กำลังทำงาน
/voice: ตั้งค่า voice หรือ TTS mode สำหรับ environment ที่รองรับเสียง
/busy: ตั้งพฤติกรรมตอน agent กำลังยุ่งระหว่างรัน เช่นจะรับคำสั่งแทรกอย่างไร
Tools / Skills: คำสั่งจัดการเครื่องมือและความสามารถเสริม
กลุ่มนี้คือหัวใจของ Hermes ในฐานะ AI agent เพราะไม่ได้มีแค่แชต แต่สามารถเปิดปิดเครื่องมือ จัดการ skills, memory, cron, browser, MCP และ plugin ได้ ควรใช้คู่กับ approval และ sandbox เสมอเมื่อแตะงานจริง
/tools: เปิดหรือปิด tools ที่ agent ใช้ได้ เช่น shell, browser, file tools หรือ integrations
/toolsets: ดู toolsets หรือชุดเครื่องมือที่มีอยู่ เหมาะกับเช็กว่า environment นี้มี capability อะไรบ้าง
/skills: จัดการหรืออนุมัติ skills ใช้เมื่อ agent ต้องโหลด workflow/ความรู้เฉพาะทางเพิ่ม
/memory: อนุมัติการเขียน memory ใช้ควบคุมว่าอะไรควรถูกจำระยะยาว และอะไรไม่ควรจำ
/bundles: ดู skill bundle aliases หรือชุดคำสั่งที่รวมความสามารถหลายอย่างไว้ด้วยกัน
/pet: ตั้ง mascot ของ Hermes ใน environment ที่รองรับ UI mascot
/hatch: สร้าง pet ใช้แทน /generate-pet ได้ เป็นคำสั่งแนวปรับประสบการณ์/หน้าตา agent
/learn: สร้าง reusable skill ใหม่ เหมาะกับ workflow ที่ทำซ้ำบ่อย เช่นตรวจ PR, เขียนข่าว หรือสรุป analytics
/cron: ตั้ง scheduled tasks ใช้กับงานที่ต้องรันตามเวลา เช่นเช็กข่าวทุกเช้า หรือสรุปงานทุกสัปดาห์
/suggestions: ขอไอเดีย automation ใช้แทน /suggest ได้ เหมาะตอนยังไม่รู้ว่าจะ automate อะไรก่อน
/blueprint: สร้าง automation template ใช้แทน /bp ได้ เหมาะกับวาง workflow ก่อนลงมือทำจริง
/curator: ดูแลหรือบำรุงรักษา skill เช่นจัดระเบียบ skill library หรือปรับให้ใช้งานดีขึ้น
/kanban: เปิด collaboration board สำหรับจัดงานร่วมกันหรือดูสถานะ task แบบบอร์ด
/reload: โหลดไฟล์ .env ใหม่ ใช้เมื่อแก้ environment variables แล้วอยากให้ Hermes อ่านค่าใหม่
/reload-mcp: โหลด MCP ใหม่ ใช้แทน /reload_mcp ได้ เหมาะเมื่อเพิ่ม/แก้ MCP server หรือ connector
/reload-skills: สแกน skills ใหม่ ใช้แทน /reload_skills ได้ หลังติดตั้งหรือแก้ skill
/browser: เชื่อมต่อ CDP browser เพื่อให้ agent ใช้ browser automation หรือ inspect หน้าเว็บได้
/plugins: ดูสถานะ plugins ที่ติดตั้งหรือใช้งานอยู่
Info / Exit: คำสั่งดูข้อมูลระบบ ค่าใช้จ่าย และออกจากงาน
กลุ่ม Info / Exit ช่วยเช็กตัวตน สิทธิ์ version, usage, billing, credits และ debug report ใช้เป็นกลุ่มตรวจสุขภาพระบบก่อน/หลังทำงาน โดยเฉพาะถ้าใช้ Hermes กับงานที่กิน token หรือมี gateway หลายตัว
/whoami: ดูระดับสิทธิ์ slash access ว่าผู้ใช้หรือ session นี้มี permission แค่ไหน
/profile: ดู active profile หรือ home ปัจจุบัน ใช้เช็กว่ากำลังทำงานใต้ profile ไหน
/commands: เปิดรายการคำสั่งแบบแบ่งหน้า เหมาะเมื่อจำคำสั่งไม่ได้หรืออยากดูของที่ติดตั้งเพิ่ม
/help: เปิดความช่วยเหลือของคำสั่ง ใช้เป็นคู่มือสั้นในตัวระบบ
/restart: รีสตาร์ต gateway ใช้เมื่อ chat/adapter มีปัญหา หรืออยากเริ่ม gateway ใหม่
/usage: ดู token, cost และ limits สำคัญมากเมื่อต้องคุมค่าใช้จ่ายของโมเดล
/credits: ดู Nous credits หรือเครดิตที่เกี่ยวกับ provider/ระบบที่ติดตั้งไว้
/billing: เปิด terminal billing ใช้ใน CLI เพื่อดูหรือจัดการข้อมูล billing ที่รองรับ
/insights: ดู usage analytics เช่นรูปแบบการใช้งานหรือสัญญาณว่าควร optimize workflow ตรงไหน
/platforms: ดู gateway status ใช้แทน /gateway ได้ เหมาะกับระบบที่เชื่อมหลาย platform
/platform: pause หรือ resume adapter ใช้หยุด/เปิดการเชื่อมต่อ platform บางตัวชั่วคราว
/copy: คัดลอก assistant reply ใช้ส่งผลลัพธ์ต่อหรือเก็บไว้ใน clipboard
/paste: แนบรูปจาก clipboard เหมาะกับส่ง screenshot ให้ agent วิเคราะห์
/image: แนบรูปด้วย path ใช้เมื่อไฟล์ภาพอยู่ในเครื่องและอยากให้ agent อ่านบริบทจากภาพ
/update: อัปเดต Hermes ให้เป็นเวอร์ชันใหม่ตามช่องทางที่ระบบรองรับ
/version: ดู version info ใช้แทน /v ได้ เหมาะกับการแจ้งปัญหาหรือเช็กว่าใช้ build ไหน
/debug: สร้างหรืออัปโหลด debug report ใช้เมื่อระบบมีปัญหาและต้องการข้อมูลสำหรับตรวจสอบ
/quit: ออกจาก CLI ใช้แทน /exit ได้ เป็นคำสั่งปิดงานให้เรียบร้อย
Dynamic Routes: คำสั่งที่มาจาก skills และ plugins
นอกจากคำสั่งหลักใน cheat sheet แล้ว Hermes ยังมี dynamic routes จาก skills, bundles, plugins และ quick commands ที่ติดตั้งเพิ่ม คำสั่งกลุ่มนี้จะไม่เหมือนกันทุกเครื่อง เพราะขึ้นกับ environment และ config ของผู้ใช้
รูปแบบมักเป็น /<skill-name> เช่น /plan หรือคำสั่งเฉพาะที่ skill สร้างไว้ วิธีเช็กที่ดีที่สุดคือใช้ /commands, /skills, /toolsets และ /plugins เพื่อดูของจริงในเครื่องของคุณ
ถ้าติดตั้ง skill ด้าน planning อาจมีคำสั่งอย่าง /plan หรือคำสั่งวางแผนงานเฉพาะทาง
ถ้าติดตั้ง browser/plugin เพิ่ม อาจมีคำสั่งสำหรับเปิด browser, inspect page หรือทำ automation เพิ่มขึ้น
อย่าคิดว่าทุก cheat sheet จะตรงกับเครื่องคุณ 100% ให้เช็กจาก /commands ใน environment จริงเสมอ
ถ้าใช้ในทีม ควรทำรายการคำสั่ง dynamic ที่อนุญาตให้ใช้ เพื่อไม่ให้แต่ละเครื่องมี workflow ต่างกันเกินไป
ชุดคำสั่งที่ควรจำก่อนสำหรับมือใหม่
ถ้าเพิ่งเริ่มใช้ Hermes ไม่จำเป็นต้องจำทั้ง 82 คำสั่งในวันเดียว ให้จำชุดที่ควบคุมชีวิตประจำวันก่อน แล้วค่อยขยายไป tools, skills, cron และ plugins เมื่อ workflow เริ่มนิ่ง
/start: เปิดหรือเช็กระบบ
/new: เริ่ม session ใหม่
/model: เลือก model/provider
/status: ดูสถานะ session/model/context
/prompt: เขียน prompt ยาวใน editor
/approve และ /deny: คุมคำสั่งที่ต้องขออนุญาต
/stop: หยุดงานที่กำลังรัน
/history: ดู transcript
/save: บันทึก session
/clear: ล้างหน้าจอ
/tools: เปิดปิดเครื่องมือ
/help หรือ /commands: ดูคู่มือคำสั่งในตัว
/usage: เช็ก token/cost/limits
/quit: ออกจาก CLI
ตารางตัดสินใจเร็ว
โจทย์
เริ่มงานใหม่
ตัวเลือกหลัก
/new + /title + /status
ใช้ตั้ง session ใหม่ ตั้งชื่อ และเช็ก model/context ก่อนลงมือ
เหมาะกับงานที่ต้องการความสะอาดของบริบท
โจทย์
คุมความเสี่ยง
ตัวเลือกหลัก
/approve + /deny + /snapshot + /rollback
ใช้อนุมัติ/ปฏิเสธคำสั่ง และสร้างจุดย้อนกลับก่อนทำงานสำคัญ
ควรใช้กับงานแก้ไฟล์ รันคำสั่ง หรือแตะระบบจริง
โจทย์
ลด context บวม
ตัวเลือกหลัก
/compress + /history + /save
ใช้สรุปบริบท ดูย้อนหลัง และเก็บ session สำคัญ
ช่วยให้ agent ไม่หลงในบทสนทนายาว
โจทย์
จัดการความสามารถ
ตัวเลือกหลัก
/tools + /skills + /memory + /plugins
ใช้ดูและควบคุมสิ่งที่ agent เรียกใช้ได้
สำคัญกับความปลอดภัยและความสม่ำเสมอของ workflow
กฎตัดสินใจ
ถ้างานเสี่ยง เช่นแก้ production, database, payment หรือ deploy ให้ใช้ /snapshot ก่อน และให้คำสั่งผ่าน /approve ทุกครั้ง
ถ้า agent เริ่มตอบหลุดโจทย์ ให้ใช้ /steer เพื่อปรับทิศทาง หรือ /stop แล้ว /retry พร้อม prompt ที่ชัดกว่า
ถ้าบริบทยาวจนเริ่มมั่ว ให้ใช้ /compress หรือเริ่ม /new แล้วสรุปโจทย์ใหม่ให้สะอาด
ถ้าต้องทำงานซ้ำบ่อย ให้มองไปที่ /learn, /blueprint และ /cron เพื่อเปลี่ยน prompt ธรรมดาให้เป็น workflow
ถ้าค่าใช้จ่ายเริ่มสูง ให้เช็ก /usage และพิจารณาสลับ /model หรือใช้ /fast กับงานที่ไม่ต้องการ reasoning ลึก
ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง
ใช้ /yolo กับ repo หรือข้อมูลจริงโดยไม่เข้าใจผลกระทบ
ไม่ตั้ง /title ทำให้กลับมา resume session ยาก
ปล่อย context ยาวเกินไปโดยไม่ /compress หรือ /save
เปิด tools/skills เยอะเกินจำเป็นจน agent มีสิทธิ์กว้างและคุมยาก
ไม่เช็ก /usage แล้วปล่อยให้ task ยาวกิน token/cost เกินที่ตั้งใจ
ใช้ dynamic commands จาก plugin โดยไม่รู้ว่า skill นั้นทำอะไรหรือแตะไฟล์/ระบบไหนได้บ้าง
คำถามที่พบบ่อย
Hermes Agent slash command คืออะไร?
คือคำสั่งที่ขึ้นต้นด้วย / สำหรับควบคุม Hermes Agent เช่นเริ่ม session ใหม่ เปลี่ยน model อนุมัติคำสั่ง เปิด tools จัดการ skills ดู usage และออกจาก CLI
ต้องจำทุกคำสั่งไหม?
ไม่จำเป็น ให้เริ่มจากชุดพื้นฐานอย่าง /new, /status, /prompt, /approve, /deny, /stop, /history, /save, /tools, /usage และ /quit ก่อน ที่เหลือค่อยใช้เมื่อ workflow ซับซ้อนขึ้น
คำสั่ง CLI กับ CHAT ต่างกันยังไง?
CLI คือคำสั่งที่เหมาะกับ terminal ส่วน CHAT คือคำสั่งที่ออกแบบมาใช้ผ่าน messaging/chat gateway บางคำสั่งทำงานได้เฉพาะ surface ที่รองรับเท่านั้น
ควรเปิด /yolo ไหม?
โดยทั่วไปไม่ควรเปิดกับงานจริง เพราะ /yolo คือการข้าม approval เหมาะกับ sandbox หรือ task ที่ไม่มีผลกระทบเท่านั้น ถ้าแตะไฟล์สำคัญ ควรใช้ /approve และ /deny เพื่อคุมความเสี่ยง
ถ้า command ในเครื่องไม่ตรงกับ cheat sheet ทำยังไง?
ให้ใช้ /commands, /help, /skills, /toolsets และ /plugins ดูคำสั่งจริงใน environment ของคุณ เพราะ dynamic routes และ plugins อาจทำให้แต่ละเครื่องมีคำสั่งไม่เหมือนกัน
อ่านต่อ / ไปต่อ
รีวิว Hermes Agent
อ่านภาพรวมว่า Hermes Agent เหมาะกับงานแบบไหนก่อนลงลึกเรื่อง command
OpenClaw vs Hermes Agent
เทียบแนวคิด AI Agent สำหรับ workflow execution และ memory/skill learning
รีวิว Skills.sh
ต่อยอดเรื่อง Agent Skills และ skill library สำหรับ AI coding agents
คู่มือ GitHub และคำสั่ง Git
อ่านคู่กับ Hermes เมื่อใช้ agent ช่วยแก้โค้ดและต้องตรวจ diff/commit/PR
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
ทดลองกับงานจริงหนึ่งชิ้นก่อน เปรียบเทียบเวลาที่ประหยัด คุณภาพที่ได้ และค่าใช้จ่ายต่อเดือน แล้วค่อยขยายเป็น workflow ประจำทีม
Conversion path
ถ้าคู่มือนี้พาไปสู่โปรเจกต์จริง
ใช้คู่มือฟรีเพื่อวางโจทย์ก่อน จากนั้นเลือกทางที่เหมาะ: ซื้อ kit เมื่ออยากทำเว็บ/ระบบเอง หรือคุยบริการ LINE OA เมื่อมีธุรกิจที่ต้องตอบแชตลูกค้าจริง
อ่านต่อในหัวข้อเดียวกัน
Skills.sh คือ directory และ leaderboard สำหรับ Agent Skills ที่ช่วยให้คนใช้ Claude Code, Codex, Cursor หรือ AI coding agents อื่น ๆ หา skill เฉพาะทางมาติดตั้งได้เร็วขึ้น จุดเด่นคือมี install count, official skills, docs, API และ security audit แต่ยังต้องใช้วิจารณญาณก่อนติดตั้งทุกครั้ง
