Slash Commands ใน Claude Code: คู่มือฉบับใช้งานจริงสำหรับ Dev และ Builder
Claude Code มีคำสั่ง / (slash command) ที่ช่วยให้สั่งงานได้เร็วและตรงขึ้น ตั้งแต่ /orchestration สำหรับงานใหญ่หลาย agent ไปจนถึง /diff, /compact, /goals ที่ใช้บ่อยในงาน dev ประจำวัน

ระดับ
กลาง
เวลาอ่าน
10 นาที
Format
Action guide
Editorial note
MIMO รวบรวมคู่มือ AI และเครื่องมือดิจิทัลสำหรับผู้ใช้ภาษาไทย เนื้อหาอ้างอิงจากข้อมูลที่เผยแพร่โดย vendor ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และการวิเคราะห์เชิง workflow ก่อนสมัครหรือซื้อบริการใด ๆ ควรตรวจราคา เงื่อนไข และรายละเอียดล่าสุดจากผู้ให้บริการโดยตรง
Tags
เหมาะกับใคร?
developer และ builder ที่ใช้ Claude Code อยู่แล้วและอยากใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ
คนที่ทำ web project, automation หรือ full-stack app ด้วย Claude
ทีมเล็กที่ใช้ Claude Code เป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนา
สรุปเร็ว
Point 1
เปิด Claude Code แล้วพิมพ์ / เพื่อดูรายการ slash command ทั้งหมดที่ใช้ได้
Point 2
เลือกคำสั่งตามงาน เช่น /orchestration สำหรับงานใหญ่ /diff ก่อน commit หรือ /compact เมื่อ context หนัก
Point 3
ใช้ /goals ก่อนเริ่มงานสำคัญ เพื่อตั้งเงื่อนไขให้ Claude ไม่หยุดจนกว่าจะทำสำเร็จ
Point 4
ใช้ /doctor เมื่อมี warning หรือ Claude Code ทำงานผิดปกติ
Point 5
ใช้ /effort หรือ /fast เพื่อปรับระดับความลึกของการคิดตามงาน
Slash Commands คืออะไร?
Slash Commands คือชุดคำสั่งลัดใน Claude Code ที่เรียกใช้ได้โดยพิมพ์ / แล้วเลือกจากเมนู คำสั่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ทางลัด แต่เป็นการเปิดโหมดการทำงานพิเศษหรือสั่ง workflow เฉพาะทางให้ Claude Code ทำงานต่างออกไปจากการคุยธรรมดา
เมื่อเทียบกับการพิมพ์คำสั่งยาว ๆ ทุกครั้ง slash command ช่วยให้ dev และ builder สั่งงานซับซ้อนได้ใน 1-2 ตัวอักษร เช่น อยากตรวจว่าแก้อะไรไปบ้างก่อน commit ก็พิมพ์ /diff แทนที่จะต้องอธิบายใหม่ทุกครั้ง
กลุ่ม Skill / Workflow — สำหรับงานซับซ้อน
/orchestration คือคำสั่งที่เหมาะกับงานใหญ่ที่ต้องแบ่งเป็นหลาย agent เช่น ตรวจเว็บทั้งระบบ ทำ feature ที่แตะหลายไฟล์ หรือ review โค้ดทั้งโปรเจกต์ Claude จะช่วยคิดว่าจะแบ่งงานอย่างไรและทำเป็นขั้น แทนที่จะตอบเป็น single pass
/workflow เหมาะกับงาน automation, API route, job queue หรือ long-running task ที่มีหลายขั้นตอน ช่วยให้ Claude คิดในแง่ system design มากขึ้น ไม่ใช่แค่เขียนโค้ดชิ้นเดียว
/feature-dev เปิดโหมดพัฒนา feature แบบมีโครงสร้าง Claude จะดู architecture เดิมก่อนแล้วค่อยเพิ่ม feature ใหม่ ลดโอกาสเขียนโค้ดที่ขัดกับ pattern ที่มีอยู่
/frontend-design ใช้ทำ UI/UX และ component ให้ production-grade ขึ้น เหมาะกับงานปรับหน้าเว็บ เพิ่ม card layout ทำ responsive หรือปรับ dark/light theme
/dev-browser ให้ Claude ใช้ browser automation ได้ เช่น เปิดเว็บ กดปุ่ม login ทดสอบ form หรือ screenshot — เหมาะกับการ test UX จริงแทนที่จะแค่ตรวจโค้ด
/orchestration — งานใหญ่หลาย agent เช่น ตรวจทั้งระบบหรือ feature ซับซ้อน
/workflow — automation, API route, job queue, retry logic
/feature-dev — เพิ่ม feature ใหม่โดยเคารพ architecture เดิม
/frontend-design — ปรับ UI/component ให้ production-ready
/dev-browser — browser automation, form test, screenshot
กลุ่มจัดการ Session และ Context
เมื่อคุยกับ Claude Code นาน context จะยาวขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ตอบช้าลงหรือลืมข้อมูลเก่า /compact ช่วยสรุป context ที่ผ่านมาให้กระชับขึ้นโดยไม่เสีย session ต่างจาก /clear ที่เริ่มใหม่ทั้งหมด
/goals ใช้ตั้ง 'เงื่อนไขหยุด' ให้ Claude เช่น ต้อง build ผ่าน typecheck ผ่าน แล้ว commit ให้เรียบร้อยก่อนจะถือว่าจบงาน มีประโยชน์มากกับงานที่ต้องการ quality gate ชัดเจน
/context ใช้ดูว่า context window ใช้ไปแล้วเท่าไร เห็นเป็น grid สี ใช้ตัดสินใจว่าควร /compact ก่อนเริ่มงานใหม่หรือยัง
/branch ใช้สร้าง branch หรือแยก conversation point ก่อนเริ่มงานเสี่ยง เช่น ก่อน refactor ใหญ่ ถ้างานพัง ยังกลับมา branch เดิมได้
/background ส่ง session ไปทำงานเบื้องหลัง ให้คุณกลับมาใช้ terminal ทำอย่างอื่นได้ระหว่างรอ Claude ทำงานนาน ๆ
/compact — สรุป context เมื่อ session หนักหรือ context ยาวมาก
/goals — ตั้ง quality gate เช่น build/typecheck/commit ก่อนจบ
/context — ดูว่าใช้ context ไปเท่าไรแล้ว
/clear — เริ่ม session ใหม่ (ของเก่า resume ได้)
/branch — แยก conversation point ก่อนงานเสี่ยง
/background — ส่งงานไปรันเบื้องหลัง
กลุ่มตรวจโค้ด / Git / Debug
/diff ใช้ดูไฟล์ที่เปลี่ยน uncommitted changes และ diff ราย turn เหมาะใช้ก่อน commit ทุกครั้งเพื่อตรวจว่า Claude แก้อะไรไปบ้าง ป้องกันการ commit โค้ดโดยไม่ได้ตรวจ
/doctor ตรวจการติดตั้ง Claude Code, config, MCP server, permission ว่ามีอะไรพังหรือ warning ใช้เมื่อ Claude Code ทำงานผิดปกติ เชื่อมต่อ MCP ไม่ได้ หรือเห็น warning ใน session
/autofix-pr ให้ Claude monitor PR แล้วแก้ปัญหาอัตโนมัติ เช่น lint fail, test fail ช่วยประหยัดเวลา CI/CD cycle มาก
/advisor ให้ Claude consult model ที่เก่งกว่าในจังหวะสำคัญ เช่น ตอนต้องตัดสินใจ architecture หรือแก้ bug ที่ยาก
/diff — ดู uncommitted changes ก่อน commit ทุกครั้ง
/doctor — ตรวจ MCP, config, permission เมื่อมี warning
/autofix-pr — monitor และ autofix PR fail อัตโนมัติ
/advisor — ปรึกษา model เก่งกว่าสำหรับการตัดสินใจสำคัญ
กลุ่มควบคุมโหมดการทำงาน
/effort ปรับระดับ effort ของโมเดล ถ้างานต้องการความแม่นยำสูง เช่น security review หรือ architecture decision ให้ใช้ effort สูง ถ้างานเร็ว ๆ เช่น rename หรือ format ใช้ effort ต่ำได้
/fast เปิด fast mode ใช้ Claude Opus 4.8 ที่ output เร็วกว่า เหมาะตอนอยากได้คำตอบเร็ว ทำงาน repetitive หรือ iterate หลายรอบแบบเร็ว
/focus เปิดโหมด focus เหลือแค่ prompt, summary, response ลดความรก เหมาะตอนคุยนานแล้วเมนูรกเกินไป
/desktop ส่ง session ปัจจุบันไปต่อใน Claude Desktop ได้ ถ้าอยากย้าย workflow ไปใช้บน app แทน terminal
/effort — ปรับความลึกของการคิด ตามความสำคัญของงาน
/fast — output เร็วขึ้น เหมาะงาน iterate หรืองานเร็ว ๆ
/focus — ลด UI noise เหลือแค่ที่จำเป็น
/desktop — ย้าย session ไปต่อบน Claude Desktop
คำสั่งที่ควรใช้บ่อยในงาน Dev และ Builder
จากคำสั่งทั้งหมด มีกลุ่มที่ใช้บ่อยมากในงาน dev ทั่วไปและงานสาย MIMO โดยเฉพาะ
/orchestration เหมาะสุดเมื่อจะทำงานใหญ่ที่แตะหลายส่วน เช่น ทำ feature ใหม่ทั้ง frontend + backend เขียน migration + ปรับ component หรือ audit โปรเจกต์ทั้งระบบ Claude จะคิดแผนและแยกงานก่อน ไม่ใช่เดินหน้าตรงแล้วค้างกลางทาง
/diff + /goals คือคู่ที่ใช้ร่วมกันบ่อย ใช้ /goals ตั้งเงื่อนไขก่อน เช่น 'ต้อง build ผ่าน typecheck ผ่าน push แล้ว' จากนั้นใช้ /diff ก่อน commit เพื่อตรวจว่า Claude แก้อะไรไปบ้างก่อน approve
/compact + /context คู่นี้ใช้เมื่อ session หนัก ดู /context ก่อนว่าใช้ context ไปเท่าไรแล้ว ถ้าใกล้เต็มให้ /compact เพื่อสรุปแทนการเริ่ม session ใหม่แล้วเสียงาน
/orchestration — เมื่องานใหญ่ แตะหลายไฟล์ หรือต้องวางแผนก่อน
/diff — ก่อน git commit ทุกครั้ง
/goals — ตั้งเงื่อนไขจบงาน เช่น ต้อง build/test ผ่านก่อน
/compact — เมื่อ session นานแล้ว context หนัก
/doctor — เมื่อมี MCP warning หรือ Claude Code ทำงานผิดปกติ
/frontend-design — เมื่อปรับหน้าเว็บหรือ component
ข้อควรรู้ก่อนใช้
Slash Commands บางตัวเป็น built-in ของ Claude Code ส่วนบางตัวอาจต้อง configure หรือมี skill/plugin เพิ่ม เช่น /orchestration หรือ /frontend-design อาจต้องตรวจว่า session ของคุณรองรับหรือไม่ด้วย /doctor
คำสั่งที่ขึ้นต้นด้วย / เมื่อพิมพ์ใน Claude Code จะแสดงรายการให้เลือก ไม่ต้องจำทั้งหมด แค่รู้ว่ามีกลุ่มอะไรบ้างก็พอ แล้วค่อยหยิบใช้ตามงาน
บางคำสั่งเช่น /background หรือ /fork ทำงานเฉพาะใน environment ที่รองรับ terminal ถ้าใช้บนเว็บ อาจต้องตรวจว่า session นั้น support หรือไม่
พิมพ์ / แล้วดูรายการที่ขึ้นมา ไม่ต้องจำทั้งหมด
ใช้ /doctor ถ้าคำสั่งไม่ทำงานตามที่คาด
บางคำสั่งรองรับเฉพาะ terminal environment
กฎตัดสินใจ
ถ้างานใหญ่และต้องแตะหลายไฟล์หรือหลาย component → ใช้ /orchestration ก่อน
ถ้า session หนักและตอบช้า → ดู /context แล้วใช้ /compact
ถ้าจะ commit โค้ด → ใช้ /diff ตรวจก่อนทุกครั้ง
ถ้าอยากให้ Claude ไม่หยุดจนกว่าจะ build ผ่าน → ตั้ง /goals ตั้งแต่ต้น
ถ้า MCP หรือ config มีปัญหา → /doctor ก่อนแก้อย่างอื่น
ถ้าทำงาน UI/component → /frontend-design ให้ผลดีกว่าถามธรรมดา
คำถามที่พบบ่อย
Slash Commands กับการพิมพ์คำสั่งปกติต่างกันยังไง?
Slash Commands เปิดโหมดหรือ workflow เฉพาะทาง เช่น /orchestration ทำให้ Claude คิดแบบ multi-agent plan ก่อน ขณะที่การถามปกติ Claude จะตอบตรง ๆ ทันที slash command จึงให้ผลลัพธ์ที่ structured และ consistent กว่าสำหรับงานซับซ้อน
ต้องจำ slash command ทั้งหมดไหม?
ไม่ต้อง แค่พิมพ์ / แล้วรอดูรายการที่ขึ้น เลือกตามงานที่ต้องการ รู้แค่กลุ่มใหญ่ ๆ เช่น workflow, debug, session management ก็พอสำหรับงานประจำวัน
ทำไม /orchestration ถึงสำคัญกว่าการถามตรง ๆ?
เพราะ /orchestration บอก Claude ให้วางแผนและแบ่งงานก่อน แทนที่จะเริ่ม implement ทันที สำหรับงานใหญ่ที่แตะหลายไฟล์ การมีแผนก่อนช่วยลดโอกาสที่ Claude จะค้างกลางงานหรือทำผิดทิศทาง
/compact ต่างจาก /clear ยังไง?
/compact สรุป context ที่มีอยู่ให้กระชับขึ้น แต่ยังอยู่ใน session เดิม ส่วน /clear เริ่ม session ใหม่ทั้งหมด context เก่าจะหายไป ใช้ /compact เมื่ออยากประหยัด token แต่ยังไม่อยากเสีย context ทั้งหมด
ใช้ /goals ได้กับงานแบบไหน?
เหมาะกับงานที่ต้องการ quality gate ชัดเจน เช่น 'ต้อง npm run build ผ่าน' 'ต้อง typecheck pass' 'ต้อง commit และ push แล้ว' Claude จะไม่หยุดจนกว่าจะทำเงื่อนไขทั้งหมดสำเร็จ ลดปัญหา Claude หยุดกลางงาน
อ่านต่อ / ไปต่อ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
ทดลองกับงานจริงหนึ่งชิ้นก่อน เปรียบเทียบเวลาที่ประหยัด คุณภาพที่ได้ และค่าใช้จ่ายต่อเดือน แล้วค่อยขยายเป็น workflow ประจำทีม
อ่านต่อในหัวข้อเดียวกัน
Claude Code CLI คือผู้ช่วย AI จาก Anthropic ที่ทำงานในเทอร์มินัล ช่วยอ่านไฟล์ เขียนโค้ด แก้บั๊ก และทำงานอัตโนมัติกับโปรเจกต์จริงได้โดยตรง คู่มือนี้อธิบายวิธีติดตั้งบน macOS Windows และ Linux พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่างของแต่ละโหมดการใช้งาน
